ชีวิตคนเราซับซ้อนเกินจะอธิบาย

 

ยิ่งกาลเวลาผ่านไปแต่ละยุคสมัย เรายิ่งวิวัฒน์สู่สังคมที่ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ศรัทธา กฎ และกรอบที่เหลื่อมซ้อนทับกันจนยากที่จะวิเคราะห์แยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร

ซึ่งนั่นได้นำไปสู่ความขัดแย้งทั้งภายในจิตใจ ระหว่างบุคคล และถึงขั้นระหว่างประเทศ

โลกทั้งโลกสับสนเพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกตนเองว่าคนพอๆกับที่คนสับสนในตนเอง

 

สิ่งที่คิดว่าใช่กลับไม่ สิ่งที่คิดว่าไม่กลับใช่

แนวคิดนี้ก็ดี แนวคิดนั้นก็ใช่ แนวคิดไหนๆก็น่าเลื่อมใส

 

หากเราค้นพบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และเราศรัทธา...

ยิ่งเรายึดมั่นในสิ่งนั้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกต่อต้านผู้ที่คิดต่างจากเรามากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนครอบครัวเดียวกันหรือคนแปลกหน้า

ยิ่งเรายึดมั่นในสิ่งนั้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งนำพาตัวเราให้จมดิ่งไปในหนทางนั้นและอาจชักชวนคนอื่นๆใกล้ตัวเราไปในทางเดียวกันด้วย

ตรงกันข้าม หากเราไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ว่าจะพยายามหรือไม่ก็ตาม...

เรายิ่งถลำลึกสู่ความว่างเปล่าอันไม่มีที่สิ้นสุด ประหนึ่งลอยคออยู่กลางมหาสมุทรซึ่งมองไม่เห็นจุดหมายและพร้อมจะจ่อมจมสู่ความมืดมิดได้ทุกเมื่อ

 

หลายคนดิ้นรนค้นหา หลายคนเมินหน้าหนีสิ่งที่เรียกว่า "ความหมายของชีวิต" "ความฝัน" "ความสำเร็จ"

สิ่งที่คนหนึ่งคนเพียรพยายามทำลงไปทั้งชีวิตอาจกลายเป็นเรื่องตลกโง่เง่าของอีกคน

สิ่งที่คนหนึ่งคนเฝ้าทนุถนอมอาจเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าไร้ความหมายของอีกคน

บ้างก็ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ใช้ตนเองเป็นไม้บรรทัดไปวัดผู้อื่น กำหนดดี-ชั่ว

บ้างก็ยัดเยียดรสนิยมของตัวเองให้กับคนอื่น หรืออ้าแขนรับรสนิยมคนอื่นมาไว้กับตนเองโดยไม่เคยสำเหนียกว่าไม่เหมาะกับตนสักนิด

บ้างก็คิดว่า ถ้าไม่ขาว ก็คือ ดำ เพียงเท่านั้น ไม่มีทางเป็นอื่นได้

เราคิดว่าเราเป็นผู้เจริญ มีเกียรติมีศรี ไม่มีใครจะลบหลู่ได้

เราคิดว่าเราเป็น "สัตว์ประเสริฐ" ด้วยปัญญาล้ำเลิศกว่าสัตว์อื่นทั้งโลก เราจึงต้องครองโลกนี้

เราคิดว่าตัวเราเองมีค่าพอที่จะฝากชื่อของเรา หรือผลงานของเราไว้บนโลกได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

เราคิดว่าเราเป็นคนดีพอที่จะทำให้ผู้คนจดจำคุณงามความดีเหล่านั้นไว้ ไม่ต้องอายใคร

เราคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งอื่น หรือ ผู้อื่น ทั้งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแม้แต่กิจวัตรของตนเอง

เราทำร้ายตัวเราเองเพื่อประชดโชคชะตาอันแสนโหดร้าย พร่ำบ่นฝนฟ้า โทษเทพยดา

เราเบียดเบียนกันและกัน เพียงเพื่อให้ตนเองอยู่รอด

เราทำร้าย เข่นฆ่า ทำลาย

 

ในช่วงอายุขัยอันจำกัด

ด้วยร่างกายที่เปราะบาง แม้เพียงพริบตาก็อาจสาปสูญ

ชีวิตเราเกิดมา...

เพื่อทำสิ่งเหล่านี้จริงๆหรือ หรือแท้จริงเราต้องค้นหากันต่อไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดตราบจนจุดจบของมนุษยชาติ

 

สุดท้าย...

ได้อะไร

สูญเสียอะไร

หลงเหลืออะไร

เพื่ออะไร

Comment

Comment:

Tweet

In this introductory class students learn how to experiment with spices to create gourmet dishes using the amount of spiciness that they desire. Classic Indian dishes such as puri, pullao, chole, aaloo gobi and chicken curry are foten taught during this class. Some classes also cover the medicinal and nutritional value of the ingredients used. buy custom essays online

#8 By Origami (194.44.171.85|194.44.171.85) on 2015-06-24 14:36

... a lot of people want to do smth good to peple, who mean almost nothing in their lives, but they hurt each day the people, who gave tem life (paretns, grandparents), struggling with them etc. not even noticing that... angry smile

#7 By writing services (80.144.170.17) on 2011-01-10 18:49

ช่ายยย
คนบางกลุ่มรักความสงบสุขและสันติภาพ แต่หยิบยื่นสงครามเข้าช่วยคนอีกกลุ่ม โดยอ้างว่า เพื่อสันติภาพ

#6 By เป็ดกระจอก on 2009-10-08 17:23

จะรอดูรูปหลานชายค่า

#5 By aMy on 2009-10-01 07:25

อ่านแล้วนึกถึงวันที่ไปดูหนังเรื่อง The age of stupid มากๆ

...

#4 By มดส้มจ่อย on 2009-09-30 22:25

เราไม่ได้หลงทางอยู่ในดินแดนหนังสือ
แต่เราหลงรักดินแดนมนต์ขลังสวนอักษรมานานแสนนาน


ยินดีต้อนรับคนหลงใหลดินแดนหนังสือเช่นกัน
ดีใจด้วยที่รู้ว่ามีอีกหนึ่งสิ่งที่ตัวเองชอบ
ในขณะที่คนบางคน
เกิดมาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าชอบอะไร


เอนทรี่ล่าสุดที่เจ้าของบล็อกนี้เขียน
บอกตรงๆ โครตเท่เลย
อืม ต้องพูดใหม่ให้ทันสมัยดีกว่า

"เท่โครตโครต"


double wink

#3 By รองเท้าแก้ว on 2009-09-30 22:25

Hot! ลืมให้ดาว

#2 By aMy on 2009-09-30 21:43

"เราคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งอื่น หรือ ผู้อื่น ทั้งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแม้แต่กิจวัตรของตนเอง" ชอบอันนี้ค่า เป็นคนนึงที่เคยหาความหมายชีวิตมาตลอดแต่พบแล้วเมื่อมาเป็นคริสเตียนค่ะ

#1 By aMy on 2009-09-30 21:43