ทุกวันนี้ internet เป็นปัจจัยจำเป็นอย่างหนึ่งของชีวิตผม ทั้งส่วนตัว และส่วนอาชีพ

ลองจินตนาการเล่นๆว่าถ้าที่ออฟฟิศและที่ห้องไม่มีอินเตอร์เน็ต ผมอาจจะน้ำลายฟูมปาก เพราะอยาก connect โลกภายนอกก็เป็นได้ เนื่องจากงานที่ผมต้องรับผิดชอบทุกวันนี้เป็นเรื่องเว็บไซต์ของบริษัทเสียเป็นส่วนมาก อีกทั้งยังต้องค้นคว้าข้อมูลใน web browser+google+wikipedia อีกตลอดทั้งวัน ส่วนชีวิตส่วนตัวก็คือการท่องไปยังเว็บต่างๆตามแต่อารมณ์จะพาไป โดยมีที่หมายสำคัญได้แก่ เว็บต่อไปนี้

  • gmail
  • facebook
  • exteen
  • deviantart
  • ubuntuclub
  • youtube

ถ้าสังเกตให้ดี เว็บที่ว่ามา มีระบบล็อกอินทั้งสิ้น ในระยะหลังๆนี้ผมเกิดอาการติด facebook ขึ้นมา เพราะได้เจอทั้งเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ เพื่อนปัจจุบัน แม้แต่ครูบาอาจารย์ที่เคยดุด่าสั่งสอนฉอดๆสมัยมหาลัยก็ไม่ละเว้น จนดูท่าทางว่าจะถอนตัวจากวงการนี้ลำบากเสียแล้ว ไปก่อกวนด้วยการเม้นท์ชาวบ้านแบบเกรียนๆบ้าง ทำควิซบ้าง แต่ยังดีที่สามารถสละเวลาว่างมาอัพบล็อกตัวเองต่อได้อย่างไม่อายฟ้าดิน และในระยะเวลาเดียวกันก็เริ่มอัพบล็อกได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่บ่อยนักก็ตามที ซึ่งระยะหลังๆเป็นความต้องการระบายความอัดอั้นออกมาในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้  ใช่แล้ว ใครล่ะไม่อยากมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่ว่าจะเล็กกระจิ๋วแค่ไหนก็ตาม ของแบบนี้ไม่เกี่ยวกับไซส์ มันอยู่ที่ใจ หึๆๆ

เพราะความรวดเร็ว กว้างขวาง และค่อนข้างเสรีของ internet นี่เองที่ทำให้ผมและคนอื่นๆได้แสดงออกทั้งอัตลักษณ์และความคิดเห็นอย่างเต็มที่ใน social network ผมได้ลองสังเกตหลายๆอย่างและเปรียบเทียบจากมุมมองของตัวเองที่ไม่เคยมีอินเตอร์เน็ตใช้เมื่อสิบกว่าปีก่อนกับปัจจุบัน ก็พอได้ข้อมูลดังนี้

  •  กล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้ามากขึ้น - ผมเคยอ่านสรุปผลงานวิจัยชิ้นนึง น่าสนใจทีเดียว เกี่ยวกับแม่บ้านที่ขี้อายมากๆคนนึง ไม่กล้าจะสื่อสารกับใครแม้แต่สามีตัวเอง(ทำไปได้ยังไง) และอาการหนักข้อขึ้นเรื่อยๆจนต้องไปพบจิตแพทย์ และเขาก็แนะนำให้เจ้แกไปสมัครตาม social network ต่างๆดูเพื่อหัดสร้างมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นๆบ้าง ทีแรกก็ยังเกร็งๆ แต่พอเวลาผ่านไป เจ้แกก็เริ่มคุยกับคนอื่นๆในนั้นได้ เพราะยังไงก็ไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆให้คนอื่นๆรู้อยู่แล้ว ทำให้กล้าสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างสบายใจ มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ผมเองก็ไม่ใช่คนที่เหนียมอายอะไรขนาดนั้น แต่ก็สามารถสื่อสารกับคนแปลกหน้าได้ดีขึ้นเพราะความเคยชินกับรูปแบบการติดต่อทำนองนี้
  • ติดต่อคนรู้จักได้ง่ายขึ้น - ในกรณีที่คุณเกิดคิดถึงเพื่อนสมัยอนุบาลคนนึงที่ขาดการติดต่อไปนาน ถ้าดวงดีพอ คุณก็อาจจะลองค้นชื่อเขาในเว็บทำนองนี้ดู แล้วคุณอาจจะพบว่าตอนนี้เขาจำคุณไม่ได้แล้ว แป่ว! แหม...ก็มันนานขนาดนั้น จำได้ก็แปลกแล้ว ยกเว้นว่าคุณกับเขาจะเคยกิ๊กกันมาก่อน เขาอาจจะพอจำติ่งหูคุณได้บ้างก็ไม่แน่
  • เจอคอเดียวกันได้ง่ายขึ้น - ถ้าผมจะหาเว็บของคนที่ชอบเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเรื่องใด มันก็คงไม่เกินความสามารถมากนัก มี community มากมายที่พร้อมจะอ้าแขนรับสมาชิกใหม่ประหนึ่งชมรมเชียร์ของมหาลัยชั้นนำหลายแห่ง เช่น ถ้าคุณคลั่งการ์ตูนญี่ปุ่นก็ไปเว็บนี้ ถ้าคุณคลั่งนักร้องเกาหลีก็ต้องไปเว็บนั้น แต่ถ้าคุณคลั่งเกาเหลาต้องไปเว็บนู้น เอ๊ย ร้านนู้น(แล้วมันเกี่ยวอะไร) เป็นต้น
  • สร้างแฟนคลับได้ง่ายขึ้น - ในกรณีที่คุณเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงถึงสูงมาก(ซึ่งอาจไม่สัมพัทธ์กับหน้าตา ผิวพรรณ ชาติกำเนิด เพศ หรืออายุแต่อย่างใด) คุณก็สามารถโพสต์รูปที่คิดว่าประชาชนจะยกย่องของตัวเองลงในพื้นที่ส่วนตัวของคุณสักที่นึง แล้วก็เขียนแม้วอะไรลงไปก็ได้สักเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเองยิ่งขึ้น หากคุณทำติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอมากพอ วันหนึ่งคุณก็จะพบว่าคนอย่างคุณก็มีคนมาสนใจเหมือนกัลล์ แต่ถ้าคุณคิดว่าวิธีแบบนี้มันสามานย์เกินไป คุณจะอวดภูมิความรู้ที่อุตสาหะสั่งสมมาทั้งชีวิตให้ทั้งโลกได้รับรู้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ดีไม่ดี อาจมีใครบางคน copy & paste ไปทำวิทยานิพนธ์ก็เป็นได้
  • ระบายความในใจได้ง่ายขึ้น - ไม่ว่าคุณจะตกงาน อกหัก ผ่าตัด หรือแม้กระทั่งเล็บขบ ก็สามารถถ่มถุยสิ่งเหล่านั้นที่มันอัดอั้นอยู่ในสี่ห้องใจออกมาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่จำเป็นต้องมีสาระประโยชน์ใดๆต่อสรรพชีวิตบนผืนภพนี้เพราะมันเป็นเสมือนไดอารี่ออนไลน์ส่วนตัวของคุณเอง จะต่างกันกับสมุดที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็ตรงที่คุณสามารถเลือกได้เองว่าจะเปิดเผยตัวตนมากแค่ไหน และอยากให้ใครได้อ่านบ้าง
  • ทำอะไรเลวๆได้ง่ายขึ้น - อันเนื่องมาจากความอิสระของเครือข่ายแบบนี้ทำให้คุณสามารถทำตัวเป็นกาฝากสังคมโดยการแวบไปเกรียนที่บล็อกนู้นที เว็บนั้นที หรือสร้างพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมาเพื่อกระทำการถ่อยๆ เช่น อวดภูมิรู้แบบงูๆปลาๆ ด่าชาวบ้านแบบเสียหายยับเยิน คุยโวโอ้อวด ใส่ร้ายป้ายสิต่างๆนานา แบล็คเมล์ สร้างสแปม+บ็อตก่อกวน สำรอกความหื่นกามออกมา และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายเท่าที่คนเลวคนนึงจะคิดออก

เชื่อว่าคุณๆทั้งหลายก็คงได้ใช้เครื่องมือพวกนี้เพื่อสนองความต้องการส่วนตัวกันไปบ้างแล้วนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ ขอให้คิดก่อนโพสต์ จะได้มีความสุขกันทุกคน แม้เราจะมีอิสระที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ก็ต้องรับผิดชอบในทุกสิ่งที่แสดงออกไปด้วย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet