ars longa vita brevis
posted on 25 May 2009 21:34 by pakazite in Artเอ่อ วันนี้ขอขึ้น category ใหม่เป็นเรื่องศิลปะศิลเปรอะเลอะเทอะกันบ้าง
ว่าแต่ว่า ศิลปะมันอะไรกันแน่หว่า... เคยสงสัยไหม
ผมเชื่อว่าในสันดานมนุษย์ทุกคนนั้นย่อมชื่นชมความงาม และความงามนั้นมันก็มีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ละสังคม แต่ละเผ่าพันธุ์ และในหลายครั้งมันก็ยากที่จะอธิบายออกมาเป็นภาษามนุษย์ได้ มีแต่ต้องใช้ใจรู้สึกเท่านั้น เหมือนประโยคหนึ่งในเรื่องเจ้าชายน้อยที่ว่า "สิ่งสำคัญไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่ด้วยหัวใจ" (แม้ว่าในหนังสือเขาจะพูดคนละประเด็นกับผมก็เถอะนะ) คุณคงเคยได้ยินมาบ้าง...
บางทีเขาก็บอกว่าดนตรีเป็นศิลปะ
บางทีเขาก็บอกว่าภาพยนตร์เป็นศิลปะ
บางทีเขาก็บอกว่าภาพวาดเป็นศิลปะ
บางทีเขาก็บอกว่าวรรณกรรมเป็นศิลปะ
แต่บางทีผมก็รู้สึกว่าการทำโรตีเป็นศิลปะ
บางทีผมก็รู้สึกว่าพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าเป็นศิลปะ
บางทีผมก็รู้สึกว่าการทำหน้าแอ๊บแบ๊วเป็นศิลปะ
บางทีผมก็รู้สึกว่าการแบกข้าวสารเป็นศิลปะ
บางทีผมก็รู้สึกว่าการแคะขี้มูกเป็นศิลปะ
และแม้แต่ขี้มูกของผมเองก็เป็นศิลปะเช่นกัน
ความงามที่ไม่อาจใช้เพียงประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง ตรรกะชุดใดชุดหนึ่ง รสนิยมอย่างใดอย่างหนึ่งมาตัดสิน
ซึ่งมันอาจเป็นอะไรก็ได้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่
...นั่นคงเป็นศิลปะในความหมายของผม
หากว่าโลกนี้ขาดศิลปะแล้วไซร้ ชีวิตคงอับเฉาเหมือนหมีพูห์ที่อดกินน้ำผึ้งเดือนห้า (น่าสงสารไหมเนี่ย)
ใครหลายคนบอกว่าผมติสต์แดก เพื่อนผมก็โดน ทั้งที่บางทีก็ใช่ บางทีก็ไม่
คือเข้าใจยาก อารมณ์ไม่อยู่กะร่องกะรอย ชอบเพ้อฝัน และทำอะไรตามใจตัวเอง ซึ่งรวมๆแล้วเขาต้องการจะเหมารวมว่าพวกที่ชื่นชอบศิลปะ หรือหากินกับอะไรที่มันจับต้องยากแบบนี้จะเป็นแบบนี้
และมีคนอีกกลุ่มที่ยกย่องว่าศิลปะเป็นสิ่งที่สูงส่ง คนที่คู่ควรกับคำว่าศิลปินนั้นต้องยิ่งใหญ่ ใช่ว่าผลิตงานศิลปะออกมาดังนิดดังหน่อยแล้วจะเรียกตัวเองว่าศิลปินได้ ต้องข้ามพ้นอะไรบางอย่างประหนึ่งบรรลุโสดาบันถึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินที่แท้จริง
ซึ่งผมไม่ขอพูดว่าเรื่องพวกนี้มันผิดหรือถูก แต่มันมีอยู่จริง
เอาเป็นว่า ผมหลงใหลในอะไรก็ตามที่เป็นศิลปะ และมันเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในชีวิตผมไม่ด้อยไปกว่าปัจจัย 4-5-6 ในการดำรงชีวิตเท่าไหร่ และหากผมไม่หลงมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ผมก็คงไม่เป็นตัวเองอย่างทุกวันนี้ นั่นคือ ชอบฟังเพลง วาดรูป เล่นดนตรี แต่งกลอน ดูหนัง ฯลฯ ซึมซับ วิเคราะห์และพยายามจะอยู่กับมันไปตลอดชีวิต แม้จะไม่เก่งเท่าคนอื่นๆที่ได้ดิบได้ดี แต่ก็มีความสุขตามสภาพ และยังพยายามที่จะมองสิ่งต่างๆในรูปทรงที่เป็นศิลปะให้มากที่สุด เพื่อให้รู้สึกว่า เออ..โลกนี้มันยังงดงามนะ (เหมือนจะเข้าข่ายหลอกตัวเอง) แต่ถ้าผมไม่ทำแบบนี้แล้ว ผมคงไม่มีความสุขเลย ผมเคยมองโลกในแง่ร้ายมากๆ เคยรู้สึกเกลียดชังชีวิต ผู้คน สังคม แต่การอยู่แบบนั้นมันเหมือนเอาเท้าตัวเองเหยียบไปบนนรก มีแต่เจ็บปวด ผมจึงพยายามคิดใหม่ มองใหม่ (ไม่ใช่คิดใหม่ ทำใหม่นะ) ใช้ชีวิตให้มีความสุขให้มากที่สุด และปล่อยวางมากขึ้น ด้วยความที่หมกมุ่นกับการ์ตูน และเสียงดนตรีมานาน (ซึ่งเป็นเพียงสาขาย่อยของศิลปะเท่านั้นเอง อย่างที่บอกว่าศิลปะมันจะเป็นอะไรก็ได้) สองสิ่งนี้จึงช่วยทำให้ผมกลับมาเห็นด้านสดใสของชีวิตได้อีกครั้งและยังเป็นพลัง เป็นความฝัน เป็นความหวังให้ผมได้ยืนหยัดต่อไปได้
เคยคิดเพ้อเจ้อเล่นๆว่า ได้วาดรูปสวยๆให้คนอื่นเอาไปชื่นชม เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้ออกไปเล่นดนตรีเพื่อเป็นพลังให้ใครต่อใคร ได้ปลอบโยนจิตใจคนที่เศร้าหมอง อะไรต่อมิอะไรมากมาย ไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นจริงหรือไม่ แต่แค่ได้คิด ได้พยายามทำลงไปมันก็เป็นความสุขเล็กๆในใจแล้ว
เสียดายที่ชีวิตสั้นไปหน่อย หวังว่าคงได้ทำสิ่งที่ฝันไว้ก่อนจะหมดเวลาให้มากที่สุด
แต่ถึงอย่างไร ผมก็จะพยายามต่อไป ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็ได้มีส่วนพิสูจน์ประโยคละตินตรงหัวเอนทรี่นี้ว่า "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"
ใช่แล้วล่ะ ศิลปะจะยังอยู่ต่อไปอีกชั่วกัปกัลป์ เมื่อเทียบกันแล้วซีวิตของคุณและผมจะสั้นนิดเดียว(ไม่ได้แช่งนะ ฮิๆ)
และคุณค่าที่เกิดจากความงามนั้นแหละ คือศิลปะที่แท้จริง
ร่วมชื่นชมความงามของศิลปะครับ
#1 By รัตนาดิศร on 2009-05-25 23:06