what is open source(วะ)??

posted on 17 May 2008 09:25 by pakazite  in Open-source

  GNU logo

GNU logo

จากคราวก่อนที่ผมกล่าวถึงงานที่กำลังอบรมอยู่ว่าเกี่ยวกับ open source คาดว่าคงมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร อันนี้เป็นสิ่งที่รู้ไว้บ้างก็น่าจะดีครับ แต่ที่สำคัญก็คือ มันมีประโยชน์ยังไงมากกว่า

software ทั่วไปในสากลโลกนี้ได้ถูกเขียนขึ้นแบบ closed source นั่นก็คือโปรแกรมเมอร์รวมถึงนายทุนตั้งใจจะเก็บ source code ที่ใช้ในการเขียนเป็นความลับ ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปที่เข้าใจได้ ในเมื่อทุกคนลงทุนลงแรงและเวลานานหลายปีเพื่อโปรแกรมเพียงตัวเดียว ย่อมต้องหวงแหนและอยากได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ไม่อยากให้ใครก็อปเอาวิธีการของตนไปชุบมือเปิบง่ายๆ ไม่ต่างจากแม่ค้าขายบะหมี่ที่มีสิทธิ์ปกปิดสูตรต้มน้ำซุปตัวเอง

เมื่อผู้ใช้อย่างเราๆไม่สามารถเข้าถึง source code เหล่านี้ได้ ด้วยลิขสิทธิ์ที่ป้องกันเอาไว้ เวลาที่เราจะดัดแปลงแก้ไขให้ได้ตามความต้องการของตนโดยเฉพาะในกรณีที่มีความรู้ทางด้านเขียนโปรแกรมบ้างก็ไม่สามารถทำได้ เช่น อยากให้รองรับภาษาไทย อยากให้ทำงานร่วมกับ hardware เฉพาะที่ไมใช่ driver ทั่วไปก็ทำไม่ได้ ด้านความปลอดภัยก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าดปรแกรมที่ใช้อยู่ได้แอบแฝง source code ที่เป็นอันตรายต่อระบบหรือคอยลักลอบเอาข้อมุลส่วนตัวของผู้ใช้ไปหรือไม่ และไม่สามารถแจกจ่ายได้อย่างอิสระ เป็นต้น ความอึดอัดเหล่านี้ได้หมักหมมในใจของผู้ใช้ และนักพัฒนาโปรแกรมทั่้วโลกจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2534 ได้มีการคิดค้นลิขสิทธิ์รุปแบบใหม่ขึ้นมาคือ GNU General Public License หรือ GPL และได้รับความสนใจและยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา ซึ่งสัญญาฉบับแรกมีเนื้อหาสำคัญความว่า

  อนุญาตให้ผู้ใช้มีเสรีภาพ 4 ประการ ได้แก่

  • เสรีภาพในการใช้งาน ไม่ว่าใช้สำหรับจุดประสงค์ใด
  • เสรีภาพในการศึกษาการทำงานของโปรแกรม และแก้ไขโค้ด
  • เสรีภาพในการจำหน่ายโปรแกรม
  • เสรีภาพในการปรับปรุงและเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้และพัฒนาต่อไป

 โดยมีเพียงเงื่อนไขว่า การนำไปใช้หรือนำไปพัฒนาต่อ จำเป็นต้องใช้สัญญาอนุญาตเดียวกัน

ดังนั้น เราจะสังเกตได้ว่านี่คือรูปแบบการใช้ software ในอุดมคติของผู้ใช้ทุกคน แต่รูปแบบของสัญญาดังกล่าวได้รับการแก้ไขปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ จนกลายเรื่องราวใหญ่โตระหว่างฝ่ายที่คิดค้นกับบริษัทต่างๆ แม้แต่ Linus Torvald ผู้ที่คิดค้นระบบปฏิบัติการเสรีอย่าง Linux ในภายหลังก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกันกับ Richard Stallman ผู้คิดค้น GPLเนื่องจากสัญญาเวอร์ชั่นปัจจุบันนั้นบีบบังคับบริษัทผลิต software จนเกินไป

อย่างไรก็ตาม การจุดประกายของรูปแบบลิขสิทธิ์เช่นนี้ทำให้เกิดกระแสของสัญญาแบบอื่นๆตามาา ที่ผู้ใช้มีอิสระมากขึ้นในการใช้งานโปรแกรม คำว่า open source จึงเป็นความหวังในการพัฒนาวงการคอมพิวเตอร์ในทุกๆด้านแม้แต่ตัวนักพัฒนาเอง ไม่ต้องยอมเป็นทาสของนายทุนที่จำกัดสิทธิการใช้งานและแจกจ่ายอีกต่อไป

แน่นอนว่า เราคงไม่สามารถไปบังคับใจใครให้ทำตามที่ต้องการได้ทุกสิ่ง การที่ software ทั่วไปยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมนั้นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่หากเป็นไปได้ เราควรสนับสนุนการใช้งานโปรแกรมที่เป็นแบบ open source ให้ได้รับความนิยมยิ่งๆขึ้นไปนะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากในโรงเรียนแห่งนึงก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ 100 เครื่อง ถ้าใช้โปรแกรมเชิงพาณิชย์ทั่วไป(ที่เป็นลิขสิทธ์ถูกต้องนะครับ ไม่ใช้แผ่นก็อป      เมดอินพันธุ์ทิพย์) อาจต้องลงทุนไปกับส่วนนี้มากกว่าหนึ่งหมื่นบาทต่อเครื่องและยังต้องถูกจำกัดสิทธิอื่นๆรวมถึงปัญหาอีกมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ยังคงพอใจกับการอุดหนุนแผ่นโปรแกรมเถื่อนที่ถูกกว่าของจริงหลายสิบเท่า ทางภาครัฐก็ไม่ได้เอาจริงกับเรื่องนี้ และดูเหมือนจะไม่มีใครเดือดร้อนกับการละเมิดลิขสิทธิ์ระดับ international เช่นนี้ โลกในอุดมคติของ Stallman ที่ต้องการให้ทุกคนมีโปรแกรมใช้กันฟรีๆโดยไม่มีเงื่อนไขคงจะไม่มีทางเป็นจริงได้

ส่วนตัวผมก็ไม่คิดว่าสังคมจะปรับตัวตามได้เต็มที่ ไม่ว่าโลกนี้จะเป็นทุนนิยมหรือไม่ก็ตาม เพราะการแบ่งปันแบบบริสุทธิ์ใจโดยไม่มีเงื่อนไขนั้นใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆแม้ในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่ในใจลึกๆก็แอบเชียร์วงการนี้ให้ไปไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และผมเองก็พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของ open source ที่ตอบสนองทั้งความปรารถนาส่วนตัวและได้ให้อะไรแก่สังคมบ้าง แม้จะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆของเครื่องยนต์ก็ยังดี

 

Richard Stallman

 

 


edit @ 17 May 2008 22:46:19 by pakazite

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ริชาร์ด สตอลแมน กำลังจะมาพูดที่ กทม ครับ อ่านรายละเอียดที่

http://flossedbk.flossed.org/keynote

#1 By Rattapoom Kotchapong (124.157.214.188) on 2009-10-16 17:22